พระธรรมวิสุทธาจารย์

(เหล่ว สุมโน :  ป.ธ.๕, พธ.ด. กิตติมศักดิ์)

อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง
เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นรูปที่ ๖ (พ.ศ.๒๕๒๔ - ๒๕๒๕)
อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙
อดีตรองอธิการบดีวิทยาเขตขอนแก่น รูปที่ ๑
สถานะเดิม     นามเดิม เหล่ว นามสกุล อุ่นจันที เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๕๒ ณ บ้านแดงใหญ่ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านทุ่ม (ปัจจุบันตำบลแดงใหญ่) อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น บิดาชื่อ นายจันที อุ่นจันดี มารดาชื่อ นางสาว อุ่นจันดี 
หลวงปู่ท่านเล่าสู่กันฟังว่า
   “พ่อได้ตายจาก...ตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเยาว์วัย  ด้วยโรคอหิวาต์ระบาด  ตอนนั้น...ข้าพเจ้าอายุ ๔-๕  ปี  จำไม่ได้แน่มารดาเลี้ยงมาตลอด  พี่น้องร่วมท้องเลี้ยงดูกันมาด้วยความรักใคร่ใยดี
     พวกข้าพเจ้าทุกคนมีนิสัยอ่อนโยนเป็นคนว่าง่ายไม่ค่อยเอาเปรียบใคร ทุกคนทำตัวเป็นคนแพ้เสมอ  ซึ่งเกี่ยวเหตุผลกับคนอื่นที่เป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้าน  ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร  เพื่อนบ้านผู้ใหญ่เมตตาปรานีเสมอ พากันเจริญมาจนมีครอบครัวทุกคน นอกจากข้าพเจ้าเท่านั้น
บรรพชา บรรพชา เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ณ วัดทรายมูล ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระครูวงษ์ ปญฺญาทีโป อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ อุปสมบท ณ วัดท่าบึง บ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระครูเลิง ชุติมนฺโต เจ้าคณะตำบลบ้านทุ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุบิน วชิรธมฺโม วัดท่าบึง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูโพธิ์ ชุติธมฺโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
วิทยฐานะ
  • พ.ศ. ๒๔๖๖ เรียนอักษรสมัยโบราณและภาษาไทย กับครูไพ ชนะภัย ที่โรงเรียนวัดทรายมูล ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๔๖๙ เรียนจบชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดทรายมูล ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๔๗๕ สอบนักธรรมชั้นตรีได้ วัดโพธิ์กลาง บ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบนักธรรมชั้นโทได้ วัดโพธิ์กลาง บ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. 2481 สอบได้ประโยค ป.ธ. ๔ วัดอนงคาราม ธนบุรี
  • พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้ประโยค ป.ธ. ๕ วัดอนงคาราม ธนบุรี
การปกครอง
  • พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุ จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นพระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นพระธรรมธรจังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๔๙๙ ประชุมธรรมฉัฏฐสังคายนาที่พม่า
  • พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองแวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อีกตำแหน่ง
  • พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์กลางบ้านทุ่ม ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อีกตำแหน่งหนึ่ง
  • พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง
  • พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๙
  • พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นประธานสภาวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙
การศึกษา อายุ ๒๑ ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดท่าบึง บ้านเป็ด ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระครูเลิง ชุติมนฺโต
(เจ้าคณะหมวดหรือตำบล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุบิน วชิรธมฺโม วัดท่าบึง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูโพธิ์ ชุติมนฺโต วัดสามัคคี เป็นพระอนุสาวนาจารย์
คราวครั้งนั้น...เมื่ออุปสมบทแล้ว เป็นพระนวกะ ไม่มีครูอาจารย์ ท่านจึงท่องจำปาติโมกข์แบบต่อปากต่อคำ
ต่อมา...ท่านเดินทางไปเรียนมูลกัจจายน์ ที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยการเดินเท้ารอนแรมไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ กาลต่อมา...ท่านได้กลับมาบ้านเกิด เข้าศึกษานักธรรมชั้นตรีและนักธรรมชั้นโท ที่วัดบ้านศรีดอนกลาง บ้านป่าชาติ
ท่านเป็นโรคริดสีดวงจมูก จำเป็นต้องเดินทางลงไปกรุงเทพเพื่อรักษา เมื่อเดือน ๕ แรม ๗ ค่ำ ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ จึงเดินทางลงไปกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ มีพระอาจารย์เหรียญ คนบ้านหนองหลุบมารับไปพำนักที่วัดเทพธิดาราม
ต่อมา...ท่านย้ายไปจำพรรษาที่วัดบางไส้ไก่ ฝั่งธนบุรี แต่ไปเรียนแปลธรรมบทที่วัดอนงคาราม จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ทานจึงสอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ได้เป็น “พระมหา” สมดั่งใจปรารถนา พ.ศ. ๒๔๘๒ สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค พ.ศ. ๒๔๘๓ สอบได้นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งเป็นพรรษาที่ ๑๓ ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ ฝั่งกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๔๘๕ คณะสงฆ์นำโดยเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ได้ลงไปประชุมพระภิกษุสามเณรชาวขอนแก่น ที่วัดประยูรวงศาวาสเพื่อกลับบ้านเกิดไปตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรม ที่ประชุมตกลงให้พระมหาพราหมณ์ จิตฺตเสโน ป.ธ. ๖ วัดมหาธาตุเมืองเก่า กับพระมหาคูณ ป.ธ. ๖ เข้าประจำที่วัดศรีนวล เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมในนามสำนักเรียนประจำจังหวัดขอนแก่น
เมื่อเดือน ๖ แรม ๗ ค่ำ พ.ศ. ๒๔๘๖ พระมหาเหล่ว สุมโน กับพระมหาพราหมณ์ จิตฺตเสโน ได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม โดยใช้ศาลา กุฎีที่ว่าง และใต้ร่มไม้ เป็นห้องเรียน พระมหาพราหมณ์ สอนธรรมบท มีนักเรียนจำนวน ๖ รูป ส่วนพระมหาเหล่ว สอนบาลีไวยากรณ์ มีนักเรียนจำนวน ๑๐ กว่ารูป เช้า...สอนนักธรรม บ่าย...สอนบาลี โดยสอนตั้งแต่เช้าถึงเย็น แถมต้องทำวัตรทุกเช้าเย็นอีกด้วย ต่อมา...ได้ตั้งชื่อสำนักเรียนว่า โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ภายใต้บารมีธรรมของพระครูวิเวกธรรมประสิทธิ์เจ้าอาวาสวัดธาตุ และเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น ผู้เป็นแรงหนุนสำคัญในการสร้างสำนักเรียน ส่วนแรงอุปถัมภ์สนับสนุนและให้กำลังใจอยู่ส่วนภายใน คือ พ่อโบ-แม่พิน ตราชู คหบดีผู้มีใจโอบอ้อมอารีและมีศรัทธาแรงกล้า
ในสมุดบันทึก หลวงปู่เหล่วได้เขียนบันทึกถึงพ่อโบ-แม่พิน ตราชู ไว้ดังนี้ “นอกจากบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของข้าพเจ้าแล้ว คุณโยมโบ-คุณแม่พิน ตราชู เป็นผู้เลี้ยงดูข้าพเจ้า ๓ อย่าง คือ (๑) เลี้ยงดูด้วยให้ข้าวปลาอาหาร (๒) เลี้ยงดูการงานให้ข้าพเจ้าทำ (๓) เลี้ยงดูในยามข้าพเจ้าทุกข์ ข้าพเจ้าพ้นอันตราย”
การเผยแผ่ / รางวัลที่ได้รับ
สมณศักดิ์
  • พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามที่ "พระครูธรรมสารสุมณฑ์"
  • พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่“พระพุทธิสารสุธี
  • พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชสารเวที”
  • พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ “พระเทพวิมลโมลี”
  • พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ “พระธรรมวิสุทธาจารย์”
มรณภาพ พระธรรมวิสุทธาจารย์ (เหล่ว) ได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ สิริอายุ ๙๙ พรรษา ๗๘
คติธรรม